ขอบคุณทุกสิ่งทุกช่วงวันเวลา ที่ทำให้ฉันดูมีค่า...เมื่อมีเธอ
ขอบคุณความรักที่เธอนั้นมอบให้ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่เธอมีให้กันเสมอ
ขอบคุณสำหรับความอบอุ่นที่ได้จากแววตาเธอ ตั้งแต่วันที่ฉันได้เจอจนมีเธอทุกวันนี้เสมอมา
นิยามของคำว่า “รัก”ที่ได้รับความนิยมจากคนกว่าพันล้านคนทั่วโลกที่พูดถึงมากที่สุด และเป็นคำนิยามที่ชาวคริสตร์มักจะต้องกล่าวเสมอในพิธีแต่งงานที่จัดในโบถต์ เป็นนิยามที่เขียนไว้ในพระคริสตธรรมคำภีร์หนังสือพระธรรม 1โครินทร์ บทที่ 13 ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดย ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ในปี 1972 ว่าดังนี้
“ ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่ทำสิ่งที่ไม่บังควร ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในความชั่วช้า แต่ชื่นชมยินดีในความจริง ไม่แคะไค้คุ้ยเขี่ยความผิดของเขา และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และเพียรทนเอาทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น “
ความรักเป็นเพียงสายใยบางๆ ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่างๆ ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความพยายามจะทำให้เราสองคนยังคงอยู่ ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์จะทำให้ความรักของเรามั่นคง ความเสมอต้นเสมอปลายจะทำให้ความรักของเราสวยงามและสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้ เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้ เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆกลับมาได้อีก เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป.. วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า..ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว ..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา.. ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิตในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...
เรามาต่อด้วยประวัติวันวาเลนไทน์กันดีกว่า![]() |
สำหรับประวัติวันวาเลนไทน์นั้น หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เหตุเป็นเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์ หรือเซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรักนั่นเอง นักบุญวาเลนไทน์ เป็นผู้ริเริ่มการจัดงานแต่งงานในยุคที่ไม่นิยมให้แต่งงานกัน เหตุเพราะในช่วงนั้น โรม ต้องประสบกับสงคราม จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ต้องการเกณฑ์คนไปรบ แต่มีบุคคลจำนวนมากที่มีครอบครัว มีภรรยา มีคนรัก ต่างไม่อยากจะทิ้งครอบครัวไป ทำให้ จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ตัดสินใจให้ยกเลิกการแต่งงานและการหมั้นทั้งหมดของชาวโรมันในยุคนั้นไปหมด อย่างสิ้นเชิง
แต่นักบุญวาเลนไทน์กลับสวนกระแสของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ชักชวนคู่รักมาแต่งงานหลายต่อหลายคู่ จนโดนจับตัวไปขังเอาไว้ และในคุกที่คุมขังนักบุญวาเลนไทน์นั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดนางหนึ่ง เมื่อโดนจับได้ นักบุญวาเลนไทน์จึงถูกนำตัวไปประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็น วันวาเลนไทน์ วันที่ผู้คนจะรำลึกถึงนักบุญผู้อุทิศตนให้ความรักนั่นเอง
สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม)
ตำนานความรักของ เทพเจ้าคิวปิด นั้น ในอดีต เทพเจ้าวีนัสอิจฉา "ไซกี" ธิดาวัยกำลังแรกรุ่นของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่สำคัญคือไซกีสวยกว่าเทพเจ้าวีนัสมาก นางเลยส่งเทพเจ้าคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่เทพเจ้าคิวปิดกลับหลงรักไซกีและพามาที่วัง และลอบมาหาในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนยุให้ไซกีแอบดูตอนเทพเจ้าคิวปิดนอนหลับ แต่ด้วยความตื่นเต้นของไซกีที่เห็นเทพเจ้าคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม เลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่เทพเจ้าคิวปิด เมื่อเทพเจ้าคิวปิดรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำสั่ง จึงทิ้งนางไป
เมื่อโดนทิ้ง ไซกีก็ออกตามหาเทพเจ้าคิวปิด ซึ่งตลอดเวลาไซกีถูกเทพเจ้าวีนัสกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา จนเทพเจ้าคิวปิดเห็นใจต้องเข้ามาช่วย เทพเจ้าจูปิเตอร์เห็นใจ จึงช่วยให้ทั้งสองได้ครองรักกัน
มาต่อกันด้วยของขวัญสำหรับวาเลนไทน์
ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน หรือว่าประเทศใด ดอกไม้นั้นนับว่าเป็นสื่อรักแทนใจที่คลาคสิคที่สุด ไม่เพียงแค่เป็นตัวแทนแห่งความรักสำหรับหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ดอกไม้ยังสามารถสื่อความรักได้หลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว ซึ่งดอกไม้ต่าง ๆ ก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป
การให้ช็อกโกแลตแก่คนรักในวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์นั้น ถือว่าเป็นการมอบความรู้สึกที่ดีทั้งหมดของทั้งผู้ให้และผู้รับ อีกทั้งช็อกโกแลตยังมีหลากหลายรูปแบบและรสชาติให้เราได้เลือกด้วย และยิ่งถ้าเป็นช็อกโกแลตทำเองนั้นจะพิเศษที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นช็อกโกแลตที่มีชิ้นเดียวในโลกแล้ว ยังเป็นการบ่งบอกถึงความใส่ใจที่เรามีให้กับคนรักเป็นพิเศษอีกด้วยละ
เครื่องประดับก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมให้กันในวันวาเลนไทน์อย่างมาก โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่รักจริงหวังแต่ง เพราะเครื่องประดับแสนหวานแต่ละอย่างที่สาว ๆ ชอบ ไม่ว่าจะเป็น สร้อย แหวน ต่างหูนั้น หนุ่ม ๆ คงต้องทุ่มทุนสร้างกันพอตัว ซึ่งถ้าหนุ่ม ๆ คนไหนมอบเครื่องประดับให้กับคนรักในวันวาเลนไทน์นั้น รับรองว่าจะได้รอยยิ้มระยิบระยับที่เหมือนจิลเวอรี่ของสาว ๆ อย่างแน่นอน ยิ่งถ้าบนเครื่องประดับมีอักษรเป็นชื่อของหญิงสาว หรือ คำว่า LOVE นั้น ได้ใจสาว ๆ ไปทั้งดวงชัวร์! (และคงไม่มีสาว ๆ คนไหนปฏิเสธเครื่องประดับเหล่านี้แน่ ๆ ใช่ไหมเอ่ย )
การ์ดนี้นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยในเทศกาลความรัก เพราะนอกจากสามารถเขียนแทนความในใจแล้ว ทุกตัวอักษรที่เราถ่ายทอดลงบนกระดาษแผ่นนี้ จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรัก และความจริงใจยิ่งกว่าของขวัญราคาแพงซะอีก
ตุ๊กตาเป็นสิ่งที่มอบให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเทศกาลวาเลนไทน์ขอแนะนำให้เลือกเป็นตุ๊กตาคู่ หรือตุ๊กตาที่มีสัญลักษณ์ของกันและกัน อาจจะเป็นวันที่เราคบกันวันแรก ชื่อของคนรัก หรือสถานที่ ๆ บอกรักกันก็ได้ ซึ่งตุ๊กตานั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของเรา เพราะยามที่คนรักนั้นมองตุ๊กตาก็อดคิดถึงเราไม่ได้
สิ่งของที่แสดงความรักนั้นไม่จำเป็นต้องมีค่าหรือราคาแพงมากนัก เพียงแค่เราประดิษฐ์สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ์ด ตุ๊กตาตัวน้อย ๆ ใส่พวงกุญแจ สิ่งเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็สามารถแสดงออกถึงความรักความจริงใจของคุณที่มีให้กับคนรักได้แล้ว แถมยังเป็นชิ้นเดียวในโลกด้วยนะ
และที่ขาดไม่ได้เลยในวันแห่งความรัก นั้นก็คือดินเนอร์สุดพิเศษที่สามารถสร้างบรรยากาศแสนหวานในวันวาเลนไทน์นี้ให้โรแมนติกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบใด ร้านอาหาร บ้าน ริมทะเล หรือสวนสาธารณะ ก็ไม่สำคัญ เพราะเพียงเรามีคนรักอยู่ข้าง ๆ ที่ไหนก็มีความสุขได้จริงไหมละ
และไม่ว่าของขวัญที่เพื่อน ๆ เตรียมให้กับคนรักนั้นจะเป็นอะไร คงไม่มีค่าเท่ากับความรักความจริงใจทั้งหมดที่มีให้กับคนรักแน่นอน
"คุณไม่ได้ต้องการใครสักคนที่เติมเต็มชีวิตคุณได้ แต่คุณเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่ยอมรับคุณได้ทุกอย่างต่างหาก"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น